บทที่ 7 ตอนที่ 7
นี่เขาเป็นบ้าอะไรไป ผีห่าซาตานตนไหนมันเข้าสิงกัน ทำไมความต้องการทางเพศถึงได้เปราะบางแบบนี้ เขาเคยควบคุมมันได้นี่ ควบคุมได้เป็นอย่างดี แล้วทำไม...ทำไมถึงได้แตกหักจนไม่เหลือชิ้นดียามที่อยู่ชิดใกล้กับพิมรัก
“บ้าฉิบ” แม้จะกรุ่นโกรธตัวเอง แต่เขาก็ยังไม่หยุดโหยหาผู้หญิงคนนั้น ดวงตาคมกริบมองผ่านกระจกบานใสของรถ เข้าไปในร้านดอกไม้เล็กๆ เบื้องหน้า
กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเนื้อตัวสาวทำให้เขาไร้สติ และความสวยของพิมรักก็ทำให้เขาตบะแตกได้อย่างง่ายดาย อะไรๆ ที่เคยเก็บกักเอาไว้มันแตกซ่านเพียงแค่ได้สัมผัสรสชาติของกลีบปากนุ่ม
เขาสลัดศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีเข้มหนาดกแรงๆ กรามแกร่งยังคงขบกันแน่นเมื่อต้องต่อสู้กับความต้องการทางเพศที่มักเกิดขึ้นเสมอยามที่อยู่ใกล้กับพิมรัก
เขาควรจะไปจากผู้หญิงคนนี้ให้ไกลๆ และเลิกวุ่นวายกับหล่อนเสียที รวมถึงลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนั้นให้หมด แต่เขาทำไม่ได้ หากทำได้ เขาคงไม่ดั้นด้นมาถึงที่นี่
มาริออสหงุดหงิดเกลียดชังตัวเองจนต้องทุบพวงมาลัยรถ เสียงแตรรถที่แผดดังลั่น ยิ่งทำให้เขาหัวเสีย
“บ้าฉิบ!”
ตอนนี้เขาทั้งโกรธ ทั้งอยากได้พิมรัก จนไม่รู้ว่าอารมณ์ใดมีมากกว่ากัน
ในที่สุดชายหนุ่มก็ต้องตะบึงรถขับออกไป เพราะขืนอยู่ตรงนี้อีกแม้แต่วินาทีเดียว เขาคงได้กระโจนลงจากรถ และจับพิมรักร่วมรักภายในร้านดอกไม้อย่างแน่นอน
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
“ไหวหรือเปล่าเนี่ยน้องแพท” มัลลิกาที่เปิดประตูร้านเข้ามาเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงทันทีที่ได้เห็นความอิดโรยบนใบหน้าของญาติสาว
พิมรักฝืนยิ้มและส่ายหน้าน้อยๆ “ทำไมจะไม่ไหวล่ะคะ แพทไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”
มัลลิกาเดินมาทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของพิมรักที่เกลื่อนไปด้วยดอกไม้
“หน้าตาเหมือนคนไม่ได้นอนมาทั้งคืนแบบนี้ ไม่ให้เป็นห่วงได้ยังไงกันล่ะ”
“แพทไม่เป็นอะไรจริงๆ ค่ะ”
มัลลิกาหรี่ตามอง ก่อนจะเอียงหน้าเข้าไปมา “ถามจริงๆ เถอะ เมื่อคืนทำอะไรอยู่ ทำไมไม่นอน”
คนถูกถามอึ้งไป ก่อนที่จะสมองจะเปิดฉากอธิบายอย่างละเอียดลออในหัว
ดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่จับจ้องมองมาด้วยความร้อนแรง รสชาติจากริมฝีปากหยักสวยที่ทั้งนุ่มและทั้งกระด้างในเวลาเดียวกันที่ทาบทับลงมาหา ความทรงจำเหล่านั้นมันก่อกวนหล่อน ทำให้หล่อนไม่อาจจะข่มตาหลับลงได้ เอาง่ายๆ ก็คือ มาริออสเข่นฆ่าหล่อนด้วยสัมผัสจากรอยจูบหยาบกระด้างตลอดทั้งค่ำคืน
“แพท...น้องแพท” เมื่อเห็นสาวสวยตรงหน้าเหม่อลอย มัลลิกาจึงต้องเอ่ยเรียก
“ว่า...ว่าอะไรนะคะพี่หนิง”
มัลลิกาถอนใจยาว “วันนี้เป็นอะไรไป ทำไมนั่งใจลอยทั้งๆ ที่คุยอยู่กับพี่ล่ะ แล้วนี่ก็ยังไม่ได้ตอบพี่เลยว่าทำไมเมื่อคืนไม่ได้นอน”
“คือว่า...” พิมรักอึกอัก ตีหน้าไม่ถูก จำต้องเสหลบสายตา
“แพทนอนค่ะ แต่...นอนไม่ค่อยจะหลับ”
“นี่อย่าบอกนะว่าที่นอนไม่หลับเพราะคิดถึง...”
“แพทไม่ได้คิดถึงใครนะคะ ไม่ได้คิดถึงเลย” พิมรักปฏิเสธเสียงสูงด้วยความร้อนตัว
“แหม พี่ก็แซ็วเล่นน่า แพทยังไม่ได้ไปนัดบอดเลยแล้วจะไปคิดถึงผู้ชายที่จะมาได้ยังไงกันล่ะ คงแค่ตื่นเต้นจริงไหม”
พิมรักลอบถอนใจอย่างโล่งอก “ใช่...ใช่ค่ะ แพท...แพทคงจะตื่นเต้นเลยนอนไม่หลับ”
มัลลิกามองท่าทางมีพิรุธของญาติสาวอย่างแคลงใจ แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยถามต่อ พิมรักก็ตัดบทด้วยการชวนออกไปจากร้านเสียก่อน
“เราไปกันเถอะค่ะ” ว่าแล้วหล่อนก็ลุกขึ้น พร้อมกับปรายตามองนาฬิกาแขวนผนัง “ใกล้ถึงเวลานัดแล้วนี่คะ”
มัลลิกาเหลือบไปมองนาฬิกาแขวนผนังบ้าง ก่อนจะอุทานออกมา “อีกตั้งชั่วโมงครึ่ง จะรีบไปไหนจ๊ะแม่คุณ”
“ก็...ก็แพทอยากเจอผู้ชายเร็วๆ นี่คะ”
“ว่าไงนะ!”
“แพทอยากเดตกับผู้ชายแล้วค่ะ อยากมากจนตัวแทบสั่นเลยเห็นไหมคะ เราไปกันเถอะค่ะ” แล้วพิมรักก็เดินนำออกไปจากร้านดอกไม้
มัลลิกามองตามไปพร้อมกับส่ายหน้า
“โกหกไม่เนียนเลยนะน้องแพท” บ่นเสร็จหล่อนก็รีบเดินตามออกไปติดๆ
สองสาวก้าวขึ้นรถและขับออกไป ใบหน้าหล่อจัดของผู้ชายในรถสปอร์ตคันหรูที่จอดอยู่อีกฝั่งถนนก็ปรากฏขึ้น หลังจากกระจกรถถูกลดต่ำลงไปครึ่งบาน
“ไปไหนของเธอนะ พิมรัก” ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ก่อนจะตัดสินใจขับรถตามไปไม่ให้คลาดสายตา
ภายในร้านกาแฟหรูใจกลางเมือง พิมรักทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ตัวตรงกันข้ามกับผู้ชายผิวขาวอย่างกับหยวกกล้วย ซึ่งผิวแบบนี้เป็นที่นิยมของสาวไทยมาก แต่หล่อนดันไม่ชอบเอาเสียเลย ผู้ชายตรงหน้าผิวขาวเกินไป ดูเหมือนคนป่วยไม่มีผิด ต่างจากผิวสีแทนของ...
บ้าจริง หยุดคิดเดี๋ยวนี้ พิมรัก
“สวัสดีครับคุณพิมรัก”
“เอ่อ สวัสดีค่ะคุณอนุชิต”
เจ้าของชื่อเป็นหนุ่มวัยฉกรรจ์ยิ้มกว้างจนเห็นฟันที่ออกจะติดสีเหลืองๆ แทบครบทุกซี่
“ผมขออนุญาตเรียกคุณแพทนะครับ”
